การตัดกระเพาะ

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่เป็นโรคอ้วน คุณสามารถรักษาตัวเองได้ด้วยการลดน้ำหนัก โดยใช้วิธีการออกกำลังกาย แต่อาจจะเห็นผลช้าสักหน่อย ซึ่งในยุคนี้มีทางลัดให้คุณเลือกมากมายที่คุณไม่ต้องมาทรมานกับการออกกำลังกาย ซึ่งสาว ๆ หลายคนอาจจะไม่ชอบการออกกำลังกาย และทางลัดที่ว่าคือการ “ตัดกระเพาะ” 

ผ่าตัดกระเพาะ คืออะไร?

การผ่าตัดกระเพาะ เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะให้มีขนาดเล็กลง เมื่อผ่าตัดแล้วจะช่วยจำกัดปริมาณอาหารในการที่เราจะรับประทานเข้าไปให้น้อยลงกว่าเดิม ถือได้ว่าวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ที่มีอาการโรคอ้วนได้มีน้ำหนักลดลง 

โดยที่ปัจจุบันนี้ประชากรส่วนใหญ่มักเป็นโรคอ้วน ซึ่งเกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสจัด เช่น หวานจัด มันจัด และเค็มจัด เพิ่มมากขึ้น แล้วรับประทานผักและผลไม้น้อยลง โดยที่ขาดการออกกำลังกาย

ในกรณีที่ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง หากชอบการออกกำลังกาย ก็สามารถออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักได้ แต่หากกำลังมองหาทางเลือกที่เป็นทางลัด การผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน ถือเป็นทางเลือกในการลดน้ำหนักเร่งด่วน ได้ดีทีเดียว และสาว ๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้และก่อนที่ท่านจะเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกายนั้นท่านจะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียดทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และข้อมูลเหล่านี้ท่านสามารถหาได้จากหน้าเพจต่าง ๆ ตามหน้า Google หรือสามารถหาอ่านได้จากรีวิวลูกค้าตามคลินิกความงามที่ได้ไปทำการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมา และปัจจุบันนี้ท่านสามารถหาข้อมูลได้จาก ตัดกระเพาะ pantip ซึ่งการผ่าตัดกระเพาะนี้ถือได้ว่ามีความเสี่ยงอยู่พอสมควร

บทความแนะนำ กระชับจุดซ่อนเร้น By Rattinan.com

การตัดกระเพาะ

การตัดกระเพาะ

ในการผ่าตัด กระเพาะ จุดมุ่งหมายหลัก ๆ คือการรักษาผู้ที่เป็นโรคอ้วน ที่ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก และมีโรคแทรกซ้อน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยควบคุมโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอ้วนและยังสามารถควบคุมน้ำหนักในระยะยาวไม่ให้กลับมาได้อีกด้วย และการผ่าตัดนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์ให้รับประทานอาหารให้น้อยลง แต่การผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วนนี้ก็ไม่ใช่ผ่าเสร็จแล้วจะเรียบร้อยแค่นั้น ท่านจะต้องระมัดระวังและทำความเข้าใจถึงผลข้างเคียงและผลกระทบทางด้านจิตใจอีกด้วย

คนที่เป็นโรคอ้วนนอกจากจะรู้สึกอึดอัดอยู่ตลอดเวลาแล้วยังจะใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่สะดวกอีกด้วย และมักจะมีโรคอื่น ๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้อายุสั้นกว่าคนทั่วไปเป็นสองเท่า และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เรามาดูกันทางการแพทย์จะแบ่งภาวะของผู้ที่มีน้ำหนักเกินออกเป็นหลายระดับ โดยดูจากค่าดัชนีมวลกาย หรือที่เรียกกันว่า BMI ซึ่งจะใช้วิธีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง คิดง่าย ๆ โดยการเอาน้ำหนักตั้งและหารด้วยส่วนสูงที่เป็นเมตรยกกำลังสอง ถ้าสูง 158 ซม. ก็เอา 1.58 ยกกำลังสองไปหาร

ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปที่ไม่อ้วนไม่ผอมค่า BMI จะอยู่ที่ประมาณ 20-24 ดังนั้นหากค่า BMI ขึ้นไปถึง 35-40 จัดได้ว่าเป็นโรคอ้วนแน่ คนไทยคนเอเชียแปซิฟิกเกิน 37 ถือเป็นโรคอ้วนแล้ว ฝรั่งก็ 40และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคอ้วนและต้องการตัดกระเพาะ ลดความอ้วนแล้วมาปรึกษาแพทย์ แพทย์จะไม่ผ่าตัดให้ท่านได้ง่าย ๆ จะแนะนำให้ไปหาวิธีลดความอ้วนด้วยวิธีอื่นก่อน เนื่องจากว่าผู้อ้วนบางรายต้องการที่จะลดน้ำหนักเร่งด่วน แต่ไม่ต้องการลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินก่อนว่าผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะนั้นไหวหรือไม่ และมีความเข้าใจการผ่าตัดมากน้อยแค่ไหน และรู้หรือไม่ว่าหลังการผ่าตัดแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

บทความแนะนำ ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม จาก Rattinan.com

ทำไมการผ่าตัดกระเพาะถึงรักษาโรคอ้วนได้?

การตัดกระเพาะ

การตัดกระเพาะ

  • เป็นการผ่าตัดให้กระเพาะอาหารที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง เพื่อทำให้ผู้ที่เป็นโรคอ้วนนั้นรับประทานอาหารให้อิ่มง่ายขึ้น
  • การผ่าตัดกระเพาะนี้ยังนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของฮอร์โมนในลำไส้ กระเพาะอาหาร ซึ่งจะส่งสัญญาณไปควบคุมกับความหิว ความอิ่ม ที่อยู่ในสมอง ทำให้ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดอิ่มมากขึ้น ทำให้อาการอยากอาหารน้อยลง

และหากท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ pantip เพื่อหวังผลที่จะให้มีรูปร่างที่ผอมบางเหมือนนางแบบนั้น ท่านหวังผลได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังผ่าตัดจะลดได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะเป็นการผ่าตัดที่ทำเพื่อสุขภาพ ถ้าผอมลงเร็วเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายโทรม โดยคร่าวๆ จะให้น้ำหนักลงอาทิตย์ละ 1 กิโลกรัม สมมติตั้งเป้าว่าจะลดให้ได้ 50 กิโลกรัม ก็ต้องใช้เวลา 1 ปี

ซึ่งการผ่าตัดกระเพาะจะมีอยู่ด้วยกันถึง 4 แบบ ดังนี้

  • การรัดกระเพาะ คือ แพทย์จะทำการใส่สายยางเข้าไปรัดกระเพาะ สามารถปรับลดหรือขยายส่วนที่ทำการรัดไว้ได้ ซึ่งจากเดิมกระเพาะที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีขนาดที่เล็กลง จึงทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง วิธีนี้ถ้าน้ำหนักลดลงจนพอใจแล้ว สามารถคลายตัวที่รัดกระเพาะได้
  • การผ่าตัดกระเพาะคล้ายรูปกล้วย แพทย์จะใช้วิธีเฉือนส่วนหนึ่งของกระเพาะออกไป ทำให้มันเล็กลง หลักการเหมือนกันคือ เวลาทานอาหารเข้าไปแล้ว ทานเพียงนิดเดียวก็รู้สึกอิ่ม เนื่องจากกระเพาะเล็กลง
  • การทำบายพาส เป็นการตัดกระเพาะให้เล็กลง ร่วมกับการนำลำไส้เล็กส่วนกลางขึ้นมาต่อกับกระเพาะเลย เพื่อให้การดูดซึมอาหารน้อยลง วิธีนี้จะลดน้ำหนักได้ดีกว่า 2 วิธีแรก เพราะมีทั้งการลดขนาดของทางเดินอาหารหรือกระเพาะ บวกกับมีการบายพาสอาหาร ทำให้อาหารที่ลงมายังลำไส้เล็ก ดูดซึมได้น้อยลง เพราะมันผ่านมาเร็วขึ้น ก็คืออิ่มเร็วนั่นเอง
  • วิธีสุดท้ายนี้ลักษณะการผ่าตัดจะคล้ายกับวิธีที่ 3 แต่จะมีการทำบายพาสที่มากกว่า โดยที่แพทย์จะนำลำไส้ส่วนปลายขึ้นต่อ แล้วสลับข้างของลำไส้กันด้วย ทำให้โอกาสที่อาหารจะถูกดูดซึมมันจะยิ่งน้อยลงไปอีก ซึ่งคนไข้ไม่ค่อยได้ทำกันแล้ว เนื่องจากหลังจากทำเสร็จ คนไข้มีภาวะขาดสารอาหาร ปัจจุบันจึงไม่เป็นที่นิยม

ส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักจะใช้วิธีที่ 2 และ 3 ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วย โดยแพทย์จะทำการประเมินร่วมกัน อย่างแรกเลยคนไข้ต้องรู้ตัวเองก่อนว่าตอนนี้น้ำหนักเท่านี้แล้ว ตั้งใจที่อยากจะลดน้ำหนักลงมาประมาณเท่าไร 

เพราะว่าแต่ละวิธีนั้น การลดน้ำหนักมากน้อยก็จะมีความแตกต่างกัน โดยจะเรียงลำดับเลยว่าวิธีที่ 3 จะลดได้มากกว่าวิธีที่ 2 ส่วนวิธีที่ 2 จะลดได้มากกว่าวิธีที่ 1 ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงจากผู้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดผ่ากระเพาะ

แล้วอ้วนแบบไหน? ถึงไม่สามารถผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วนได้

  • ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่กำลังวางแผนจะตั้งครรภ์ 
  • ผู้ที่มีข้อห้ามของการผ่าตัดทั้งหลาย ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดจะต้องมีการพูดคุยกับคนไข้ก่อน หากผู้เข้ารับการผ่าตัดมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจรุนแรง อยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมจะผ่าตัด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะต้องให้คุณหมอหัวใจประเมินก่อนว่าร่างกายผู้เข้ารับการผ่าตัดพร้อมที่จะผ่าตัดหรือไม่ เนื่องจากมีความเสี่ยง
  • ผู้ที่มีปัญหาด้านจิตเวช ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดกลุ่มนี้จะต้องทานยาที่สำคัญต่อชีวิตประจำ ซึ่งหลังจากผ่าตัด บางทีการดูดซึมของยาอาจมีความผิดปกติ ฉะนั้นอาจทำให้เกิดการควบคุมโรคทางจิตเวชไม่ได้ อาจทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดที่มีปัญหาในด้านนี้ควบคุมความหิวของตัวเองไม่ได้ การผ่าตัดก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด กระเพาะแพทย์จะต้องแนะนำผู้เข้ารับการผ่าตัดก่อนว่าจะต้องสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เนื่องจากคนอ้วนที่จะลดน้ำหนักได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว การผ่าตัดเหมาะที่จะทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดอิ่มเร็วขึ้น แต่ยังขึ้นอยู่ที่ เมื่อคนไข้อิ่มแล้ว สามารถอดทนต่อความอยากกินต่อได้หรือไม่

และสิ่งที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องปฏิบัติควบคู่กับการผ่าตัด คือ เมื่ออิ่มต้องไม่กิน ต้องหยุดให้ได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เช่น มีผู้เข้ารับการผ่าตัดหลายคนที่ผ่าตัดไปแล้ว กินเยอะ อิ่มแล้วแต่ยังหยุดกินไม่ได้ ทำให้การผ่าตัดไม่ได้ผล ทำให้แผลที่ผ่าตัดเกิดภาวะแทรกซ้อน

ใครควรเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน

  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 ต้องใช้ค่าดัชนีมวลกายในการวัดทั้งนี้เพื่อความแม่นยำและความถูกต้อง เนื่องจากจะวัดจากเกณฑ์น้ำหนักตัวในการตัดสินใจไม่ได้ 
  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กก. ต่อ ตร.ม. และมีโรคที่เกิดจากโรคอ้วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน, ความดัน, มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การตัดกระเพาะ

การตัดกระเพาะ

  • แพทย์จะทำการตรวจร่างกายของผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดโดยละเอียด
  • แพทย์จะทำการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารให้มั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติใด ๆ
  • จะมีนักโภชนาการเข้ามาเตรียมความพร้อมในด้านโภชนาการ โดยจะมีประเมินและการปรับการรับประทานอาหารหลังทำการผ่าตัด
  • ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดจะต้องผ่านการทดสอบสภาพจิตใจกับนักจิตวิทยา เพื่อมั่นใจว่าไม่มีโรคทางจิตเวช
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องได้รับการประเมินภาวะโรคที่มีความเสี่ยงก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องรับการตรวจการนอนหลับ STOP-BANG และตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ Sleep Test
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 4 สัปดาห์
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องงดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัด 6 – 8 ชั่วโมง
  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องหยุดรับประทานยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริม เช่น วิตามินอี น้ำมันตับปลา
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องเรียนรู้วิธีออกกำลังก่อนและหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • ก่อนเข้ารับการผ่านตัดท่านจะได้รับการฉีดยาเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • ในกรณีที่ท่านรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัดกระเพาะ

  • ท่านจะต้องควบคุมอาหารตามที่นักโภชนาการได้วางแผนและให้คำปรึกษาอย่างเคร่งครัด
  • การรับประทานอาหารหลังผ่าตัด แบ่งออกเป็น
  • หลังได้รับการผ่าตัดสัปดาห์แรกรับประทานได้เฉพาะอาหารเหลวครั้งละน้อย ๆ แต่แนะนำให้รับประทานบ่อย ๆ
  • หลังได้รับการผ่าตัดสัปดาห์ที่ 3 รับประทานอาหารชิ้นเล็ก ๆ โดยดื่มน้ำก่อนทานอาหาร 15-30 นาที เพื่อเตรียมปรับตัวเข้าสู่การทานอาหารปกติ โดยแนะนำให้รับประทานในปริมาณน้อย และเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
  • หลังได้รับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการผ่าตัดเริ่มออกกำลังเบาๆ ได้ และงดยกของหนัก 3 เดือน
  • ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรพบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัดเพื่อตรวจเช็คร่างกาย

และจะว่าไปแล้วในการเข้ารับการตัดกระเพาะนั้นปัจจุบันนี้มีสถาบันเสริมความงามที่เปิดให้บริการเกิดขึ้นมากมาย โดยที่ท่านไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งสถาบันเสริมความงามเหล่านี้มักมีบริการต่าง ๆ ให้ท่านได้เลือกใช้บริการแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นบริการในด้านความงาม เลเซอร์ ศัลยกรรมตกแต่ง ปลูกผม ผ่าตัดลดน้ำหนัก ดูดไขมัน และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำคลินิกผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน โดยที่มีทีมศัลยแพทย์คอยบริการ ดังนี้ 

10 อันดับ ตัดกระเพาะที่ไหนดี?

1. รัตตินันท์คลินิก (Rattinan Clinic)

คลินิกที่ให้บริการผ่าตัดกระเพาะลด ความอ้วน ซึ่งมีทีมศัลยแพทย์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย นำทีมโดย นอ.นพ.ปณต ยิ้มเจริญ ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษด้านศัลยศาสตร์ส่องกล้อง ศัลยศาสตร์ทางเดินอาหารและผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักจากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชและโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดกระเพาะมายาวนาน รวมถึงได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิจากสหรัฐอเมริกา นายแพทย์ปณต พร้อมด้วยทีมแพทย์ประจำคลินิกและนักโภชนากรกว่า 10 ท่านทำหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษาผู้ป่วยตลอดระยะเวลา 1 ปีภายหลังทำการรักษา 

ซึ่งนายแพทย์ปณตได้ผ่านการผ่าตัดเคสที่เป็นการผ่าตัดกระเพาะกว่า 300 ครั้ง/ปี และทุกเคสที่ได้รับการผ่าตัดนั้นประสบความสำเร็จในทุกเคส ซึ่งท่านจะมีเทคนิคการผ่าตัดเฉพาะที่เรียกว่า Double Lock คือการเย็บกระเพาะสองชั้นเพื่อป้องกันการรั่วหรือการขยายออกของกระเพาะในอนาคต 

ซึ่งมีที่รัตตินันท์คลินิกเพียงที่เดียวเท่านั้น และด้วยความเชื่อมั่นในทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่เห็นผลที่ชัดเจน บวกกับการรักษาในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานแล้ว ทำให้รัตตินันท์คลินิก ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีชาวต่างชาติเดินทางมาเข้ารับการรักษาและขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน กับรัตตินันท์คลินิก

  • ท่านจะได้รับคำแนะนำและคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ท่านจะได้รับการผ่าตัดโดยตรงจากทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหาร และการผ่าตัดโรคอ้วนจากสหรัฐอเมริกา
  • ทางรัตตินันท์คลินิกใช้เทคนิค Double Lock เพิ่มความปลอดภัยให้คนไข้มากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคของ นพ.ปณต ซึ่งมีที่รัตตินันท์คลินิกเพียงที่เดียว
  • หลังการผ่าตัดท่านจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมโรคอ้วน และเบาหวานโดยตรง
  • ท่านจะได้รับการผ่าตัดในโรงพยาบาลชั้นนำ ในเครือ BDMS ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล
  • ทางรัตตินันท์คลินิกจะมีการติดตามผลและให้การดูแลหลังการผ่าตัดนานถึง 1 ปี
  • หากท่านเข้ารับบริการผ่าตัดกระเพาะ pantip กับรัตตินันท์คลินิกท่านมั่นใจได้เนื่องจากมีเคสผ่าตัดกระเพาะ กว่า 300 ครั้ง/ปี ซึ่งที่ผ่านมา การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำเร็จทุกเคส
  • รัตตินันท์คลินิกมีระบบการรักษาที่เป็นมาตรฐานที่สามารถเชื่อถือได้ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีชาวต่างชาติเดินทางมาเข้ารับการรักษา และขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

หากท่านต้องการเข้าใช้บริการกับรัตตินันท์คลินิกท่านสามารถเข้ารับบริการได้ที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ อาคารสิทธิวรกิจ (The Fifth) ชั้นที่ 12 A บนถนนสีลม ซอย 3 ใจกลางกรุงเทพมหานคร เดินทางสะดวกสบาย เดินทางมาได้ทั้ง BTS , MRT และที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่ขับรถมาเอง

คลินิกสีลมซอยสาม ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเก่าและใหม่มากกว่า 20 ปี บริการจริงใจ ปลอดภัยได้มาตรฐาน ใส่ใจในทุกรายละเอียด

เวลาให้บริการ : จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 10.00 น. – 20.00 น., หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

FB: facebook.com/rattinanclinic

เบอร์โทรศัพท์: 086 570 7040 , 086 323 4040

หากต้องการติดต่อทางไลน์ท่านสามารถติดต่อได้ทาง ไลน์ ไอดี : @rattinan

หากจะถามว่าทำไมรัตตินันท์คลินิกจึงอยู่ในใจลูกค้ามากว่า 20 ปี

  • เนื่องจากมีทีมศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีประสบการณ์ที่คลินิกกว่า 20 ปี และประสบการณ์ทางการแพทย์กว่า 30 ปี
  • มีทีมแพทย์ พยาบาล ได้รับการอบรมฝึกฝนเป็นอย่างดี มีความชำนาญในการรักษา
  • มีเครื่องมือที่ทันสมัย สถานที่สะอาด ปลอดเชื้อโรค มาตรฐานระดับสากล
  • มีผลิตภัณฑ์คุณภาพ ของแท้ทุกชิ้น มีรางวัลรับรองจากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายสินค้าทางการแพทย์ในไทย
  • การให้บริการด้วยใจ ยินดีให้คำปรึกษา ดูแลทั้งก่อนและหลังศัลยกรรมอย่างใกล้ชิด

2. Kamol Hospital

โรงพยาบาลกมลเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในด้านการศัลยกรรมตกแต่งของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก JCI สหรัฐอเมริกา ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง พร้อมใช้เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับโลก สำหรับการดูแลก่อนผ่าตัดที่โรงพยาบาลกมลก็จะออกแบบให้เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษา โดยใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงการดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด

และหากต้องการเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน ทางโรงพยาบาลจะใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ทำให้เกิดแผลที่ท้องเพียงเล็กน้อย เทคนิคที่ทางโรงพยาบายจะให้บริการ คือ วิธีของ Gastric Bypass เป็นวิธีที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้มากและยาวนานที่สุด และยังช่วยทำให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดที่มีโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไขมันในหลอดเลือดสูงที่เป็นร่วมกับโรคอ้วนหายได้ 

ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเกิดภาวะขาดแคลเซียม ขาดธาตุเหล็ก หรือขาดวิตามิน และมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้นหากเข้ารับการผ่าตัดกับสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีการติดตามผู้ป่วยหลังผ่าตัดอย่างสม่ำเสมอ หลังการผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องอยู่โรงพยาบาลประมาณ 3 วันจนแน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องรับยาแก้ปวด

ชื่อคลินิก : Kamol Hospital 

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.kamolhospital.com

[email protected] : @kamolhospital

3. Bumrungrad Hospital

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประกอบด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ให้การดูแลรักษาสุขภาพแบบครบวงจร โดยแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับวุฒิบัตรในระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ 

การผ่าตัดกระเพาะเพื่อทำการลดความอ้วนกับทางโรงพยาบาลนั้นจะใช้วิธีการรักษาแบบ Laparoscopic Gastric Bypass เพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ใช้การผ่าตัดผ่านกล้องจึงทำให้แผลมีขนาดเล็กและจะทำให้รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ชื่อคลินิก : Bumrungrad Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.bumrungrad.com

4. PHAYATHAI Hospital

หากท่านต้องการเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักนั้น โรงพยาบาลพญาไท ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงคอยให้บริการ เป็นการให้บริการผ่าตัดแบบส่องกล้อง จะมีวิธีการผ่าตัดอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ 

การผ่าตัดกระเพาะด้านบนให้มีขนาดเล็ก (Gastric Bypass) และการผ่าตัดกระเพาะให้มีรูปร่างคล้ายกล้วยหอม (Sleeve Gastrectomy) โดยทั้ง 2 วิธีนี้จะใช้การพักฟื้นแค่ 3 วันเท่านั้น

ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดแพทย์จะต้องวิเคราะห์และพูดคุยกับผู้เข้ารับการรักษาก่อน เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด และหลังจากการผ่าตัดแล้วผู้เข้ารับการรักษาต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 4 ข้อ ดังนี้

  • ถ้าไม่รู้สึกหิวก็ต้องไม่กิน 
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง 
  • ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีต่อเนื่องทุกวัน 
  • ห้ามดื่มน้ำพร้อมมื้ออาหาร ควรดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้รู้สึกอิ่มได้นาน

ชื่อคลินิก : PHAYATHAI Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.phyathai.com

โทรศัพท์ : 1772

5. คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลศิริราช

การรักษาโรคอ้วนในยุคปัจจุบันนี้ที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดกระเพาะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง โดยที่แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) ที่จะทำให้เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนโรงพยาบาลน้อยที่สุด 

สำหรับการผ่าตัดกระเพาะ เพื่อรักษาโรคอ้วนที่โรงพยาบาลศิริราชจะมีเกณฑ์การรับผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด โดยอ้างอิงตาม National Instates of Health ปี 1991 ได้แก่ เป็นผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI มากกว่า 40 kg/m2, ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI 35-40 kg/m2 และมีโรคประจำตัวได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง  โรคหยุดหายในขณะหลับ  โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น 

และผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 18 – 70 ปี เป็นต้น โดยการผ่าตัดลดความอ้วน จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีโอกาสที่มีชีวิตยืนยาวขึ้น และโรคประจำตัวต่าง ๆ ลดลงจนอาจจะหายขาดได้

ชื่อคลินิก : คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลศิริราช

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.si.mahidol.ac.th/sirirajhospital/

6. Bangpakok 9 International Hospital

ทางโรงพยาบาลจะใช้วิธีการรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารที่จะทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกอิ่มตลอดเวลา ทำให้ทานอาหารได้น้อยลงกว่าปกติ และมีภาวะแทรกซ้อนน้อย ส่วนมากสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 20 – 30 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งก่อนเข้ารับการรักษาท่านจะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทางโรงพยาบาลก่อนว่าเข้าเกณฑ์ต้องได้รับการผ่าตัดหรือไม่

ชื่อคลินิก : Bangpakok 9 International Hospital

ประเภทการบริการ :  ใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Gastric Balloon)

ช่องทางการติดต่อ : www.bangpakokhospital.com

7. Praram 9 Hospital

หากท่านต้องการเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อทำการลดน้ำหนักที่โรงพยาบาลพระรามเก้านั้นจะใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็กด้วยเทคโนโลยี 4K จึงทำให้ผู้เข้ารับการรักษาฟื้นตัวได้ไว มีขนาดแผลที่เล็ก โดยที่ก่อนเข้ารับการผ่าตัดนั้นผู้เข้ารับการรักษาจะต้องเข้ารับคำปรึกษาและประเมินสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับทราบข้อมูลอย่างละเอียดทุกครั้ง 

ชื่อคลินิก : Praram9 Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.praram9.com

[email protected] : @praram9hospital

8. Samitivej Hospital

การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักที่โรงพยาบาลสมิติเวชนั้นท่านจะเข้ารับการรักษาได้ก็ต่อเมื่อท่านมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 40 มีดัชนีมวลกายระหว่าง 35 – 40 และผู้ที่มีปัญหาในด้านสุขภาพที่สามารถแก้ไขได้เมื่อน้ำหนักตัวลดลง และหลังเข้ารับการผ่าตัดนั้นอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง 

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแพทย์จะต้องทำการตรวจร่างกายก่อนว่าพร้อมหรือไม่ และหลังจากการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และจะต้องเข้าพบแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

ชื่อคลินิก : Samitivej Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.samitivejhospitals.com

9. Bangkok Hospital (ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ)

สำหรับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วนกับโรงพยาบาลกรุงเทพนั้น จะเป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินสลายไปเป็นพลังงาน ซึ่งทางโรงพยาบาลจะใช้หลักการที่ว่า 6 เดือนหลังการผ่าตัด น้ำหนักของผู้เข้ารับการรักษาจะลดไปถึงจุดที่ควรจะเป็น 

การดูแลเป็นแบบองค์รวมซึ่งจะใช้ทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เพื่อการดูแลอย่างดีที่สุด โดยก่อนการผ่าตัดจะต้องมีการประเมินและตรวจสุขภาพอย่างละเอียด

ชื่อคลินิก : Bangkok Hospital (ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ)

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.bangkokhospital.com

10. คลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี มีศูนย์รักษาโรคอ้วนโดยเฉพาะ โดยก่อนเข้ารับการผ่าตัดผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดก่อน เมื่อตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรใช้การผ่าตัดรูปแบบใด และนอกจากนี้ทีมแพทย์ต้องประเมินและควบคุมโรคร่วมที่คนไข้มีให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด 

หลังจากการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วน ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องเน้นกินโปรตีน คาร์โบไฮเดรตที่เป็นไฟเบอร์มาก ๆ เนื่องจากดูดซึมยากกว่า เช่น ผักต่าง ๆ กินไขมันให้น้อย กินวิตามินและออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

ชื่อคลินิก : คลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : med.mahidol.ac.th

หากท่านต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผลดีที่สุด สิ่งสำคัญคือท่านต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยท่านต้องรับประทานแต่ของที่มีประโยชน์ ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากพบว่าทำทุกอย่างแล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา สำหรับผู้ที่เผชิญปัญหาภาวะโรคอ้วน และอยู่ในเกณฑ์บ่งชี้ที่แพทย์ได้แจ้งไว้

และเพื่อการรักษาที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด รัตตินันท์คลินิก คือหนึ่งในตัวเลือกที่ท่านจะเข้ารับบริการผ่าตัดกระเพาะเพื่อทำการลดน้ำหนัก ซึ่งทางคลินิกจะมีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ทั้งนี้ก็เพื่อก็เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างปลอดภัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่นำมาเสนอนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วนทุกท่านนะคะ