อาการและสาเหตุของการปวดสะโพกขวา

อาการปวดสะโพกขวา อาจเกิดได้จากกลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบประสาทและก็กล้ามเนื้อ เกิดจากกล้ามเนื้อพิริฟอร์มิสบริเวณก้นใกล้กับสะโพกไปกดทับเส้นประสาทไซอาติกที่อยู่ใกล้ ๆ กันจนเป็นสาเหตุของการเกิดอาการปวดได้ค่ะ หรือถ้าเกิดปวดมาก กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็อาจจะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ เช่นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โรคข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ฯลฯค่ะส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณนี้ อาจจะเกิดจากหลาย ๆ สาเหตุ เช่น เคลื่อนไหวร่างกายผิดท่า การนั่งเป็นเวลานานการวิ่งหรือเดินเป็นเวลานาน การยกของหนัก หรือการประสบอุบัติเหตุ ซึ่งมักจะทำให้มีอาการปวดลึก ๆ มักปวดมากขณะที่นั่งนาน ๆ และบางทีอาจปวดร้าวลงขาด้านหลังและหน้าแข้ง หรือ อาจจะกดเจ็บตรงจุดบริเวณก้นจนปวดร้าวลงขาหรือเกิดอาการชาขานั้น ๆ ร่วมด้วยค่ะ

ปวดสะโพกขวา

สาเหตุของการปวดสะโพก

  1. ข้ออักเสบ

เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดของอาการเจ็บสะโพกเรื้อรัง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เป็นข้ออักเสบจากข้อเสื่อมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น อาการปวดของข้ออักเสบนี้มักจะรู้สึกที่บริเวณต้นขาด้านหน้า หรือบริเวณขาหนีบจากการที่มีข้อยึด หรือข้อบวม

  1. กระดูกข้อสะโพกหัก

กระดูกข้อสะโพกหักนับว่าเป็นภาวะที่พบได้มากในผู้หญิงสูงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะกระดูกพรุน (ความหนาแน่นของมวลกระดูกน้อยลง) อาการของกระดูกข้อสะโพกหักมีอาการปวดเมื่อเหยียด ยก หรือยืนบนขาข้างนั้น นิ้วโป้งของเท้าข้างที่มีการหักบางทีอาจชี้ออกไปด้านนอก

  1. เอ็นอักเสบและเยื่อบุข้ออักเสบ

ภายในสะโพกมีเส้นเอ็นที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อ และข้อไว้จำนวนมาก ซึ่งเส้นเอ็นเหล่านี้อาจมีการอักเสบได้ ถ้ามีการใช้งานมากเกินไป หรือใช้ในกิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้แรงมาก สาเหตุที่พบบ่อยของอาการเอ็นอักเสบที่ข้อสะโพกโดยเฉพาะในนักวิ่ง คือ กลุ่มอาการเอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (iliotibial band syndrome: it Band) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่เชื่อมระหว่างขอบนอกของกระดูกเชิงกรานมายังด้านนอกของหัวเข่า

  1. ไส้เลื่อน

บริเวณขาหนีบเป็นบริเวณที่สามารถพบไส้เลื่อนชนิดต่ำกว่าขาหนีบ (femoral hernia) หรือ ชนิดบริเวณขาหนีบ (inguinal hernia) ได้จนส่งผลให้เกิดอาการเจ็บบริเวณสะโพกด้านหน้า

การรักษาการปวดสะโพก

การรักษาอาการเจ็บสะโพกขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย แต่อาการปวดที่เกิดจากการใช้งานมาก หรืออาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามักสามารถรักษาได้ด้วยการประคบร้อน พักร่างกายให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นฟูประมาณ 3-7 วัน กินยาแก้อักเสบทั่วไป หากเป็นมาก รักษาเองไม่หายก็ต้องไปพบหมอเพื่อให้หมอวินิจฉัยว่าการปวดสะโพกเกิดจากสาเหตุใดเพื่อจะได้รักษาได้ตามอาการเพื่ออาการจะได้ดีขึ้น

อาการปวดสะโพกอันตรายหรือไม่

หากอาการปวดสะโพก เกิดจากความเมื่อยล้าในการทำงานหรือกิจกรรมการบรรเทาอาการปวดสะโพกด้วยตัวเองที่บ้าน สามารถช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดสาเหตุของอาการปวดสะโพกเกิดขึ้นจากอาการทางสุขภาพต่าง ๆ อาทิเช่น โรคไขข้อ เส้นเอ็นอักเสบ สะโพกฉีก ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่น่ากังวล ซึ่งจะต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาทางการแพทย์กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

วิธีบรรเทาอาการปวดสะโพกเองที่บ้าน

  • ถ้าเกิดมีอาการปวดสะโพก ให้พยายามลดการเคลื่อนไหวที่จะทำให้เกิดการงอ หรือเกิดแรงกดทับที่สะโพก พยายามนอนตะแคง หรือหลีกเลี่ยงการนั่งอยู่กับที่นาน ๆ
  • ยาบรรเทาอาการปวดบางประเภท สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดให้ดีขึ้นตามลำดับได้ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) การประคบร้อนหรือการประคบเย็น
  • การประคบสะโพกในบริเวณที่มีอาการปวดด้วยน้ำแข็ง น้ำเย็น การอาบหรือการแช่น้ำอุ่นสามารถช่วยคลายกล้ามเนื้อ มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดสะโพกได้

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากการบรรเทาอาการปวดด้วยตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น อาการปวดสะโพก ของคุณอาจไม่ได้มาจากความเมื่อยล้าในการทำงานหรือทำกิจกรรม แต่อาจเกิดจากปัจจัยอื่นที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ หรือถ้าหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ ควรจะรีบไปพบคุณหมอในทันที

  • ข้อต่อผิดรูป
  • ไม่สามารถที่จะขยับขาหรือสะโพกข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างได้
  • ขาไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักได้
  • มีอาการปวดอย่างรุนแรง
  • เกิดอาการบวมชนิดเฉียบพลัน
  • มีสัญญาณที่อาจหมายถึงการติดเชื้อ เช่น บวมแดง มีไข้ หนาวสั่น เป็นต้น

หากมีอาการเหล่านี้จะต้องเข้าพบคุณหมอทันที หากปล่อยไว้อาจเป็นเรื้อรังและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะการปวดสะโพกขวา สามารถเป็นกันได้ทุกคน หากเป็นแล้วก็ต้องรีบแก้ไขและรีบรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้นค่ะ

WordPress › ผิดพลาด

เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงบนเว็บไซต์นี้

Learn more about troubleshooting WordPress.