เสริมสะโพกราคาเท่าไหร่

การเสริมสะโพกได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถทำให้สาว  ๆ ได้แก้ปัญหาสะโพกที่ดูแบน หรือรอยเว้าทางด้านข้างที่ทำให้ใส่กางเกงไม่สวย ทำให้รูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้ง สวยงามมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการเสริมสะโพกราคา ที่ตอบโจทย์ให้กับสาว  ๆ ได้เป็นอย่างดี ก่อนการตัดสินใจเสริมสะโพก ควรศึกษาหารายละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี

เสริมสะโพกราคา

วิธีการผ่าตัดเสริมสะโพกมีกี่แบบ

  1. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคน (Buttock Implants)

การผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยถุงซิลิโคน เป็นวิธีการแรก  ๆที่ใช้ในการศัลยกรรมเสริมสะโพก ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณร่องก้นและใส่ถุงซิลิโคนเข้าไป เป็นวิธีที่แพทย์มักจะแนะนำเพราะปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะโพกน้อย

  1. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน (Fat Graft)

การเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน หรือเรียกอีกอย่างว่า Brazilian Butt Lift เป็นการเสริมสะโพกอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ศัลยแพทย์จะทำการดูดไขมันส่วนเกินจากส่วนต่าง  ๆของร่างกาย เช่น หน้าท้อง เอว หรือต้นขา จากนั้นศัลยแพทย์จะฉีดไขมันเข้าไปที่สะโพก เพื่อเสริมสะโพกให้มีขนาดที่สวยงามมากยิ่งขึ้น การเสริมสะโพกด้วยวิธีนี้บางครั้งอาจทำพร้อมกับการเสริมด้วยถุงซิลิโคน

  1. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคน ร่วมกับ การผ่าตัดยกกระชับ (Buttock Implants and lift) การยกกระชับสะโพก เป็นการยกกระชับสะโพกที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเด้งเต่งตึงอีกครั้ง โดยการผ่าตัดนำผิวหนังส่วนที่หย่อนคล้อยบริเวณสะโพกออก จะมีแผลซ่อนอยู่ที่ขอบบิกินี่ไลน์ด้านหลัง การผ่าตัดอาจจะเป็นการผ่าตัดยกกระชับสะโพกอย่างเดียว หรือ มีการเสริมด้วยถุงซิลิโคนหรือและฉีดไขมันร่วมด้วย

รูปทรงของถุงซิลิโคน

ถุงซิลิโคนสำหรับเสริมสะโพก ภายในจะบรรจุด้วยซิลิโคนเจลเท่านั้น ไม่มีการใช้ถุงน้ำเกลือ เนื่องจากโอกาสที่ถุงน้ำเกลือจะรั่วมีมากกว่าถุงเจล เพราะการเสริมสะโพกเป็นการใส่ถุงในกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีการเคลื่อนไหว ทำให้มีแรงกดบริเวณถุงสะโพกมากกว่าถุงเต้านม เจลที่บรรจุในถุงซิลิโคนเป็นเจลที่มีความหนาแน่นมาก (High Cohesive gel) รูปร่างของถุงซิลิโคนสะโพกจะแบนและกว้างกว่าถุงเต้านม มี 2 แบบ คือ ทรงกลมและทรงวงรี

  1. ทรงกลม

มีรูปร่างกลมแต่จะแบนกว่าถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมเต้านม ใช้สำหรับเสริมสะโพกด้านใน ทรงกลมใส่ง่ายกว่าทรงวงรีและไม่มีโอกาสเคลื่อนตัว หมุนอย่างไรก็ไม่เป็นไร ช่วยให้วางตำแหน่งได้ง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถเน้นการเสริมเฉพาะจุดได้

  1. ถุงทรงวงรีหรือทรงหยดน้ำ

เหมาะสำหรับเน้นบางจุดเพราะสามารถหมุนได้ทุกทิศทาง ถ้าคนไข้ต้องการเสริมสะโพกเฉพาะด้านนอก ไม่ต้องการเน้นด้านใน กรณีนี้ต้องใช้ทรงหยดน้ำ เพราะมีให้เลือกทั้งขั้วเล็ก ขั้วใหญ่ ในขณะที่ทรงกลมไม่มีขั้ว ทุกด้านเท่ากันหมด จึงมีจุดเด่นตรงที่สามารถเน้นตำแหน่งที่ต้องการได้ แต่ข้อเสียคือ การผ่าตัดยุ่งยาก ซับซ้อนกว่าทรงกลม ศัลยแพทย์จะต้องมีความชำนาญและแม่นยำมาก

วิธีการผ่าตัด เสริมสะโพกด้วยถุงซิลิโคน

  1. นอนคว่ำดมยาสลบ
  2. เปิดแผลที่ร่องก้น ยาว 4-5 เซนติเมตร เปิดโพรงใต้กล้ามเนื้อสะโพกทั้งสองข้าง แล้วใส่ถุงซิลิโคนสำหรับก้น ที่เลือกไว้เข้าไป  จัดรูปทรงให้สวยงาม
  3. เย็บปิดแผล
  4. ระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมสะโพก

ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัด ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ภายใต้การดมยาสลบ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด เสริมสะโพก

  1. ปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อเลือกขนาดถุงซิลิโคนให้เหมาะสมกับรูปร่าง
  2. ตรวจเลือดและตรวจร่างกาย
  3. ทานยาหรือปรับยาตามแพทย์แนะนำเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด
  4. หยุดยาจำพวกแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร เพราะอาจจะทำให้เลือดออกมากขึ้นได้

 การดูแลหลังผ่าตัดเสริมสะโพก

  1. ผู้ที่ผ่าตัดเสริมสะโพก ต้องระวังเรื่องของการอักเสบของแผลที่เกิดจากแผลผ่าตัดที่อยู่บริเวณร่องก้น ซึ่งจะมีความยาวประมาณ 4-5 ซม.
  2. หลังผ่าตัดใหม่จึงต้องนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้แผลแยกและช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น หลังจากนั้น สามารถนอนตะแคงสลับการนอนคว่ำ เป็นเวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์
  3. ใส่กางเกงยกกระชับสะโพก 1 เดือนเพื่อช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น
  4. ไปพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง

 ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้หลังการ เสริมสะโพก

  1. หัตถการทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยงเสมอ ควรรู้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้ ถึงแม้จะได้รับการผ่าตัดอย่างดี
  2. ภาวะติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด หรือติดเชื้อรอบซิลิโคนเสริมสะโพก (Infection)
  3. สะโพกซ้ายขวา อาจจะไม่เท่ากันได้ (Asymmetry)
  4. ภาวะพังผืด (Capsular contracture) และต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขได้
  5. ซิลิโคนเหลว แตกรั่วออกจากถุงซิลิโคน (Implant leak)
  6. แผลหายช้า (Poor Healing)
  7. แผลแตก แผลแยก (Skin tears)
  8. ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ (Risk from Anesthesia)

ข้อควรระวังหลังเสริมสะโพก

โดยสรีระตัวเนื้อก้นทั้งกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนังบริเวณสะโพก จะหนากว่าตัวหน้าอก เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะแข็งเกิดการผิดรูปจะมีน้อยกว่า โดยส่วนมากจะไม่ได้แนะนำว่าต้องนวดหรือบริหารอะไร ไม่ได้ให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมีหลายคนกังวลว่าเมื่อเสริมก้นเสริมสะโพกแล้วจะนั่งทับได้ไหม เล่นกีฬาแรง ๆ ได้หรือไม่ สามารถทำได้ซิลิโคนไม่แตก มีการทดสอบมาแล้วว่าสามารถรองรับแรงกดดันได้สูงมาก ยกเว้นถ้าโดนของแหลมทิ่มมีสิทธิ์แตกได้ ตัวอย่างเช่น โดนมีด คัทเตอร์ หรือเข็มฉีดยา ฉะนั้นข้อควรระวังจากการเสริมก้นเสริมสะโพกด้วยซิลิโคน ถ้าจะฉีดยาก็ควรเปลี่ยนไปฉีดตำแหน่งอื่น และระวังเรื่องถูกของของแหลมทิ่ม แต่ถ้าแตกก็สามารถเปลี่ยนได้ ไม่มีอันตรายอะไร